BANGSAEN 42 ศึกชิงคิงคองแห่งชาติ

  • 105
  •  
  •  
  •  
  •  
    105
    Shares

ศึกชิงคิงคองแห่งชาติ

ผมติดตามดูการจัดงานของ MICE ที่ได้รับความชื่นชม จนขึ้นเป็นผู้จัดหมายเลข 1 ของไทย ในแค่ 2 ปี ทุกสนามที่จัดมักได้รับคำชมเสมอ จนงานบางแสน 21 คืองานแรกที่ต้องจับฉลากนักวิ่งเข้าร่วมงานกัน แต่นั้นเป็นงานระยะทางที่ไม่ใช่เป้าหมายของผม
 
เมื่อ MICE ประกาศจัดงานบางแสน 42 ให้เป็นงานระดับ World – Class Marathon ตามมาตรฐาน IAAF Label Road Race และงานนี้เป็นหนึ่งในสมชิก AIMS ที่สามารถยื่นเวลาไปสนามอย่างบอสตันมาราธอนได้
 
แค่ไมค์บอกว่าจะจัดมาราธอน ผมก็สมัครแล้วครับ ยิ่งเพิ่มเติมด้วย การชิงคิงคอง Top 100 ยิ่งเพิ่มความเร้าใจ การมาสนามแห่งนี้ ก็ต้องเตรียมตัวที่พิเศษกันหน่อย
 
ถึงจะผ่านสนามมาราธอนไม่ใช่น้อย แต่เมื่อใกล้การแข่งขัน มันตื่นเต้นยิ่งกว่า การลงมาราธอนแรกและสนามไหนๆเสียอีก ลมหนาวลูกแรกผ่านมา แล้วทิ้งช่วงไป ถึงวันแข่งขันคงมีลมหนาวลูกใหม่ลงมาอีกแน่
 
ศึกษาเส้นทางการวิ่ง และเคยมาวิ่งระยะ 21 นานมาแล้ว ยังพอจะจำเนิน แถวเขาสามมุกได้ และสะพานสร้างใหม่ที่มีคอนกรีตที่สะท้านฝ่าเท้าแน่นอน จึงเตรียมรองเท้า โฮก้า ที่นุ่มเท้า แต่จุดอ่อนคือ ลื่นแน่ถ้าเจอฝน เมื่อพยากรณ์อากาศทำนายว่าอาจมีฝน สุดท้ายต้องเอาคู่เดิม มิซูโน่ ที่ลุยฝนได้ดีกว่า ถึงจะนุ่มน้อยกว่า แต่ความรู้สึกถึงการวิ่งจะมันกว่า
 
ออกจากบ้านเที่ยงคืน มันเป็นเวลาเดียวที่เคยมุ่งหน้าไปสนาม กรุงเทพมาราธอน แต่วันนี้เปลี่ยนทิศไปลองสนามแห่งใหม่ ตี 1 เข้าเขตเมืองชล เลย มหาลัยศรีปทุม ที่ไม่เคยมีวิทยาเขตที่ปทุมธานี มีป้ายบอกเวลา และแจ้งอุณหภูมิ ที่บอกว่า 30 องศาเซลเซียส
 
ห๊ะ!!! 30 องศา ตอนตี 1 เสียงผมกับโค้ชแทบร้องออกมาเสียงเดียวกัน
 
ขอบคุณภาพจากครูบั๊ค

ถึงเวลาตามนัดหมาย นักวิ่งเริ่มเข้าตามบล๊อคของตัวเอง ผมยืนอยู่แถวที่ 4 โดยปกติผมก็ชอบที่จะยืน ประมาณ แถว 3 หรือ 4 นี่และครับ ยืนฟังประธานกล่าวเปิดงาน คุณรัฐ ชี้แจงเส้นทางจุดบริการ เหงื่อผมไหลเป็นทาง ซึ่งโดยปกติจะไม่ออกง่ายๆแบบนี้ ถ้ายังไม่มีการวิ่งแบบโซน 4-5

เมื่ออากาศหนาว เวลาการวิ่งของเราจะดีขึ้น แต่เมื่ออากาศร้อน เวลาก็ต้องเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอนเป็นเรื่องปกติ ถึงเวลาการปล่อยตัวที่ตรงเวลามาก ผมคะเนว่าน่าจะไปด้วย เพช 5

กม.แรกผ่านไป คำนวณปริมาณคนด้านหน้า น่าจะร่วมร้อยคนได้ เป้าหมายแรก คือ คิงคอง จะต้องเกาะกลุ่มนี้ไปให้ได้

ผ่าน กม. 5 ที่ 23 นาทีกว่าๆ ถ้าเอาอยู่เวลานี่มีเฮแน่ ผ่าน กม. 10 ยังคงคุมจังหวะไหลลื่นได้เหมือนเดิม แต่ก็โดนหนุ่มรุ่น 30 แซงไป 4-5 คนได้ จากประสบการณ์แล้ว ผมกลัวพวกรุ่น 40 ขึ้นไปมากกว่า พวกนี้จะเหนียว ขึ้นแล้วร่วงลงมายาก

เมื่อเข้าสู่สะพานเลียบชายทะเล ต้อนรับด้วยสะพานสูง ตัดกำลังกันหน่อย ถ้าเตรียมหน้าขามาน้อย ลำบากแน่ แล้วรอยต่อของพื้นสะพานบางจุด เกือบทำให้สะดุดล้มได้ ดีว่ายังไวอยู่ แรงมันยังเหลือ มันจึงทำให้ผมต้องระวังรอยต่อสะพานให้มากหน่อย วางเท้าให้เลยรอยต่อเสมอ

ใกล้ถึงจุดกลับตัวแล้ว เริ่มนับ 1 ใน 100 ว่าเราอยู่ตรงไหน นั่นคือเป้าหมายแรก จุดกลับตัว สุดสะพานทางลง แล้วดันขึ้น บอกว่าผมอยู่ อันดับที่ 30 เป้าหมายแรกพิชิตคิงคองได้แน่นอน

ผ่านกม.21 ที่เวลา 1.42 เป็นเวลาที่ยังคงอยู่ในแผน เป้าหมายที่ 2 คือ ถ้วยอันดับ ตอนกลับตัวมาเชคดูแล้ว ที่ 1 อยู่ข้างหน้าประมาณ 200 เมตร

จุดให้น้ำ ทุกๆ 2 กม. ทางผู้จัดวางไว้ดีมาก ไม่ว่าจะการรับเพาเวอร์เจล ก่อนถึงการรับน้ำ มีวางเกลือแร่ แล้วมีการวางน้ำธรรมดา และน้ำเย็นในตอนท้าย จุดนี้ผมให้เต็มในการใส่ใจรายละเอียดมาก และเข้าใจหลักการดี ผู้จัดก็เป็นนักวิ่งด้วยเน๊อะ ผ่านงานวิ่ง เมเจอร์ใหญ่ๆมาเหมือนกัน

จุดให้น้ำ โค้ชผมเคยสอนและย้ำเตือนเสมอว่า มันคือจุดอ่อน ที่คุณอาจโดนเขาแซงได้ และก็มีจุดหนึ่งที่มีคนชะลอการรับน้ำ ผมต้องร้องบอกว่าอย่าชะลอครับ เดี๋ยวโดนข้างหลังชนได้ การรับน้ำจึงต้องผ่านการฝึกมาเหมือนกัน

เมื่อคนที่ 1 ด้านหน้าของผม เผยให้เห็นจุดอ่อนในการรับน้ำ ทุก 1 โต๊ะน้ำ โดนผมบีบเข้ามาเรื่อยๆ และการวางเท้า เริ่มเห็นแนวที่ไม่ตรง ทรงที่ไม่สวย เมื่อผ่านไปอีก 5 โต๊ะน้ำ ผมก็แซงได้ในจังหวะรับน้ำนั้น

ขอบคุณภาพจาก เวโลเช่

ผมเคยอ่านเรื่องกวางกับราชสีห์ ทั้งที่กวางมีความเร็วมากกว่าราชสีห์ แต่ก็โดนเขมือบ เพราะมัวแต่เหลียวหลังมอง เหมือน อโดล่า ที่ขึ้นนำ คิปโชเก้ แล้วเหลียวมามองตลอด มันเสียแรงเหลียวเสียจังหวะ ทำให้คู่แข่งเริ่มเห็นจุดอ่อนเราบ้าง

เมื่อผมแซงแล้วต้องวิ่งให้นิ่งที่สุด แสร่งว่าแรงเหลือมาก หูจะคอยจับฟังฝีเท้าว่าไล่มามั๊ย จนเมื่อผ่านจุดที่มองได้ถนัดแบบไม่ต้องเหลียว ก็รู้ว่าเขาอยู่ห่างแล้ว เป้าหมายที่ 2 น่าจะบรรลุผล

หลังจากงานเบอร์ลิน ชิคาโก้ มาราธอน ผมสนใจในการวางเท้า ของแนวหน้าจากค่ายไนกี้มาก ยิ่งตอนกาเลนรัฟ คว้าแชมป์ ผมนิมองเท้า จนแทบอยากให้จังหวะการวางเท้าฝังอยู่ในสมอง อยากจะเป็น จารัน รัฟฟ ในบัดดล
 
ขอบคุณภาพจาก mphotosports

เหมือนความเร็วจะเริ่มตก และสนามแห่งนี้ เหมือนจะเอาไว้ปราบเซียน แกล้งทำให้อากาศร้อนแล้ว ยังวางระนาดยักษ์ ไว้ช่วงปลายๆ เริ่มกันตั้งแต่อ่างศิล ที่กม. 30 ขึ้นๆลงๆ แทนที่ตอนลงจะได้ส่งได้ระยะ แต่แรงเริ่มถอย แรงส่งก็ถอยตาม

เวลาที่กม .35 บอกว่า ผมวิ่งได้ดี ที่ผ่านมา แต่เป้าหมายที่ 3 ที่จะทำให้ต่ำกว่า 3.30 น่าจะลำบาก และไม่คุ้มกับการลงทุน ถ้าผมเสี่ยง เป้าหมาย 1และ 2 อาจจะพังตามด้วย ตอนนี้จึงต้องจับจิตอยู่กับจังหวะของเท้า สร้างจังหวะไปเรื่อยๆให้มันไหลลื่นไปเรื่อยๆ ประคองมันไว้

งานนี้กองเชียร์ดูจะน้อยไปนิด แต่ยังคงมีเสียงเชียร์อยู่บ้าง น้องคนหนึ่งอยู่ข้างทางแถวอ่างศิลา ตบมือเชียร์และตะโกนบอก “โห!!! พี่คนแรกเลยที่แก่สุด” ผมควรจะดีใจนะ

แต่กองเชียร์แถวเขาสามมุก ไม่เป็นระเบียบเลย ไม่ส่งเสียงเชียร์แถมมีวางกับระเบิดไว้อีก เสียดายถ้าติดกล้วยหอมมา จะมอบให้เป็นรางวัล

ถนนช่วงนี้เรียบสวย ปูยางแอสฟัส ใหม่ๆ ตากล้องจ้องยิงกันรัวๆ บังคับให้ ต้องวางทรงให้สวยๆ ผ่านกม.40 แล้ว ได้รับพลังจากท่านแม่ทัพแอ้ ป้ายเส้นชัยอยู่ข้างหน้า ทั้งวีดีโอ กล้องเต็มไปหมด ผมอยากจะแปลงร่างเป็นคิปโชเก้ แต่ก็เหมือนได้แค่ผิว

ผ้าหน้าเส้นของน้องทั้งสองที่ถือไว้ ขอชูมือสองข้างอย่างมั่นใจ ผ่านเส้นชัยให้สวยๆสักครั้ง

จบครับ ขอไปแช่น้ำเย็นสักสามเซท

จัดได้ดีครับ มีความตั้งใจสูง และนำสมัยมาก การรายงานผลทุกจุดเชคพ้อย ทำให้คนคอยได้เชียร์ได้ลุ้นด้วย สิ่งเดียวที่ผิดไปจากความคาดหวัง คือการปิดถนน ไม่เป็นไปตามคาด แต่ก็ไม่ได้เสียหายอะไรกับการวิ่ง ส่วนเรื่องของอากาสนับว่าเป็นเรื่องวาสนา ถ้าอากาศดีๆสักหน่อย มันจะสมบูรณ์ยิ่งนัก

จา รัน คร๊าบ Bangsaen 42 Chonburi
19.11.2017 Marathon # 52
 
ขอบคุณภาพจาก วิ่งสร้างภาพ

ขอบคุณภาพ จาก ลูกหว้าบ้าวิ่ง

คิงคอง 2 ตัว ประมูลโดยคุณปุ๊กและน้องม่อย และเงินบริจาคเพิ่ม เข้าโครงการ ก้าวคนละก้าว ได้เงิน จำนวน 16000 บาท ในเบื้องต้น

 

CONTRIBUTOR

caret-down caret-up caret-left caret-right

Jaran Poolsawat

มาราธอน คือ การเรียนรู้
เรียนรู้ที่จะพิชิต ฟินิชเชอร์


  • 105
  •  
  •  
  •  
  •  
    105
    Shares