บุรีรัมย์ มาราธอน 2018

  • 86
  •  
  •  
  •  
  •  
    86
    Shares

บุรีรัมย์มาราธอน ครั้งที่ 2 กับ มาตรฐานเดียวกัน 3 ปี ตามข้อกำหนดของ IAAF เพื่อการเป็นสนามมาราธอนแห่งแรกของไทย ในระดับ Bronze Lable

เปิดรับสมัครวันแรก ให้กับนักวิ่งที่มาวิ่งปีแรก และเปิดรับทั่วไปในวันที่ 2 ได้แค่ครึ่งวันก็ปิดรับสมัคร จำนวนทราบวันแข่งขัน มีมาราธอน ประมาณ 3600 คน รวมทุกระยะ ประมาณ 14000 คน วันรับบิบที่บุรีรัมย์คาสเซิล เหมือนย้ายเมืองหลวง มาอยู่ที่นี่กันเลย

อากาศปีนี้ไม่หนาวเย็นจับใจเหมือนปีก่อน แต่อุณหภูมิ 22-23 องศา ก็เหมือนกับวิ่งเล่นอยู่ในห้องแอร์ทีเดียว ปีนี้ผมไม่ได้พักใน BRIC BOX ติดสนามแข่ง ยังไม่ถึงชั้น อีลิท จึงต้องพักด้านนอก ที่ห่างจากสนามแข่งเกือบ 5 กม.

ตามกำหนดการแล้วผมต้องเข้ามาสนามแข่งขัน สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ก่อนประตูปิด 1 ชั่วโมง คือ ตี 3 ตื่นตี 2 ตามปกติ แทบจัดการอะไรไม่ค่อยทัน ต้องมากันทั้ง 4 คน โค้ชผมลงระยะฮาล์ฟ ลูกสาวสองคนลงฟันรัน 7 กม. งานนี้ฟันรันตื่นตี 2 มารอที่สนาม

เข้าสู่สนามช้าง ถ้าใครยังไม่เคยมาต้องตื่นตาตื่นใจแน่ ผมเคยมาแล้ว ก็ยังตื่นตาตื่นใจเหมือนเดิม เดินผ่านการตรวจอาวุธ เข้าสู่สนาม วอร์มอัพ ไป ทักทายเพื่อนนักวิ่งกันไปก็คนคุ้นเคยกันทั้งนั้น เหลืออีก 15 นาที ประตูเข้าสู่จุดปล่อยตัวจะปิดแล้ว เจ้าหน้าประกาศเตือนครั้งสุดท้าย ให้นักวิ่งเข้าสู่สนามตาม บล๊อคของตัวเอง

พิธีการบนเวทีไม่ค่อยได้ยินเท่าไร เพราะจิตใจมองไปรอบๆตัว แต่ก็ยังพอได้ยินประกาศว่า อากาศเป็นยังไง นักวิ่งวันนี้มีกี่คน จุดปล่อยตัวโดนอัศจรรย์บังทิศทางลม ดูเหมือนจะเริ่มร้อนนิดๆ เมื่อถึงเวลาตามกำหนด การปล่อยตัวก็ดังขึ้น

อีลิท กลุ่มแรกทะยานออกไป เหมือนจรวดนำวิถี กลุ่ม A ออกตัวตามไปด้วยเพช 4 ต้นๆ ผมอยู่มุมซ้าย เพราะรู้ว่าโค้งหน้าอยู่ด้านซ้าย เมื่อผ่านอัศจรรย์ไป ผมเข้าโค้งเข่าแทบติดถนน ลมกลางทุ่งเริ่มโชยมา ยามนี้เริ่มสัมผัสความเย็นสบายแล้ว

หลังจากผ่านศึกหนักที่ขอนแก่น ตามด้วยความอยากรู้อยากเห็น สนามกรุงเทพ ความสดเริ่มถดถอยลง เป้าหมายสนามนี้จึงขอแค่เพียงทำลายสถิติสนามชิงหมวก 200 ใบ ต่อให้สดก็คิดว่าคงผ่านด่านอรหันต์ทองคำ ในรุ่น 50-59 ไม่ได้แน่นอน ไม่คิดสู้เพราะรู้ว่าสู้ไม่ได้ ถึงสู้ไม่ได้ก็ไม่เคยวิ่งแบบไม่ตั้งใจและไม่เต็มที่

หลังจากหลุดโค้งแรกออกไปด้วยเพช 4 ต้นๆ ผมกำลังแปลงร่างเป็นรถฟอร์มูล่าวัน สูตร 1 แต่เป็นได้แค่ ซิอิ้วดำ สูตร 2 ควันดำติดตัวผม แต่น้ำมูกไม่ไหลเหมือนปีก่อนที่อุณหภูมิ 16 องศา ผ่านไป 2 กม. มีอิลิทสาวประกบข้าง สร้างความหึกเหิมให้ผม วิ่งประกบเคียงคู่ เพราะอยากได้รูปสวยๆคู่กับนักวิ่งงามๆ สักพักเธอก็ตีจากไป ยามนี้ เพช 4.2 พี่ก็จะขาดใจแล้ว

5 กม. ในสนามช้าง เริ่มออกสู่ถนนภายนอก มีการปรับเปลี่ยนเส้นทางที่ต่างจากปีที่แล้ว บ้าง เริ่มเข้าสู่ถนนในหมู่บ้าน ถ้าจำไม่ผิดน่าจะชื่อ บ้านโคกใหญ่ ถนนตัดใหม่ เหมือนกับเอาน้ำมาล้าง คล้ายๆฝนตก ทำเอาผมหวั่นๆเล็กน้อย เพราะเจ้าแพนที่ผมใส่วันนี้ ไม่ถูกโฉลกกับน้ำนัก มันลื่นปรื๊ดๆ

เพลานี้ผมฝังตัวอยู่ในกลุ่มน้องๆขาแรงอายุ 30 ต้นๆกลุ่มนี้ประมาณ 4 คน เขาว่าการฝังตัวในกลุ่มทำให้ใช้แรงน้อยลง 10 % ไม่รู้จริงหรือเปล่า แต่ถ้ามีลมแรงๆต้านมาด้านหน้าเราสบายแน่

เรื่องกองเชียร์ของชาวบุรีรัมย์ ไม่ต้องพูดถึง ทั่วสนามเมืองไทย อยากที่จะต่อกร แล้วกองเชียร์กลุ่มหนึ่ง ร้องตะโกนเชียร์ส่งเสียงมีแต่นักวิ่งหล่อๆทั้งนั้น ผมฝังตัวอยู่ในกลุ่มน้องๆแอบดีใจด้วย โชคดีที่ยามนี้ยังมืดอยู่

ผมเกาะติดตามกลุ่มนี้ไม่ให้หลุด เล่นเกมส์หนักกับตัวเอง จะจอดตรงไหนยังไม่รู้ ผ่าน 10 กม.แรกไปด้วยเวลา 43 นาที ยามนี้คิดถึง สัญญา คานชัย แกวิ่ง 100 ไมล์ แกบอกว่าจะวิ่ง 4 มาราธอนๆละ 3.30 ชม. ของเราขอแค่ 4 มินิ ด้วยเวลานี้จะไหวไหมนะ

ผ่านจุดกลับตัวแรกที่ห้วยจระเข้ใหญ่ ปีนี้ตัดจุดถนนไม่ดีออกไป ไปเพิ่มเส้นทางใหม่ในเมือง เมื่ออกจากห้วยจระเข้ เริ่มดันเนินกันแล้ว นักวิ่งสาวร่างเล็กไม่น่าใช่คนไทย ฝังตัวเข้ามาในกลุ่มด้วย ผมเห็นเธอวิ่งประกบก้าวต่อก้าวแทบสิงอยู่ในร่างของน้องด้านหน้า สักพักเธอก็หลุดไปที่โต๊ะน้ำด้านหน้า

ผมยังคงเกาะติดมาเรื่อยๆในเพช 4.3 เมื่อดันเนินสูงสุดของงานแถวเขากระโดง ผมเริ่มโดนน้อง 2 คนทิ้งไปแล้ว ผมยังคงที่กับเพชเดิม แต่น้องเขาเริ่มแรงขึ้น

ตั้งใจว่าจะไม่เล่นกับกองเชียร์มากนัก แต่ทำใจไม่ได้ ต้องเล่นกันบ้างเล็กน้อย เขามีใจมาเราไม่มีใจไปบ้างเดี๋ยวจะโดนตำหนิว่า ตัวดำยังไม่พอ ใจยังจะดำอีก

กองเชียร์ปีนี้ เหมือนจะกระจายตัว ตามจุดต่างๆมากขึ้น บางจุดอาจดูน้อยกว่าปีที่แล้ว บางจุดก็มีมากขึ้น เช่นแถวอนุสาวรีย์ ร. 1 เยอะกว่าปีที่แล้ว ก่อนถึงจุดกลับตัวที่ กม.30 มาพบกับกองเชียร์กลุ่มใหญ่ ส่งเสียงกรี๊ดดด สนั่นลั่นจุดกลับตัว ฝีเท้าที่กำลังจะตกกลับมีแรงเพิ่มขึ้นมา

ผมยังอดใจไม่ได้ ต้องส่งเสียงล้อเล่นกับกองเชียร์ ผ่านจุดกลับตัว ทำไมเสียกรี๊ดยังดังอยู่ สักพัก หมอกานต์สุดหล่อ สูงยาว ขาวดี แซงขึ้นมาชวนไปด้วยกัน ขาที่จะมีแรงด้วยเสียงเชียร์เริ่มลดฮวบลง คิดว่าเขากรี๊ดเรา โถ!!! เขากรี๊ดหมอกานต์

การที่ลงสนามมากเกินไป เริ่มมาปรากฏผลให้เห็นที่ กม. 32 นี้แล้ว การผ่านกองเชียร์มรณะ ที่ กม.35 ทำให้ต้องฝืนวิ่งกลางถนน ผมยกมือให้กองเชียร์ เพชผมค่อยๆเริ่มตกลงเรื่อยๆ

เข้าสู่กมที่ 38 ผมเริ่มเข้าสู่เพช 5 แล้ว พยายามดันเพชนี้ให้อยู่ ถ้าไม่ไหลไปกว่านี้ เวลาคงใกล้เคียงกับขอนแก่น

เริ่มสวนทางกับฮาล์ฟที่ผ่านมา กลมกลืนอยู่ในกลุ่มฮาล์ฟที่กำลังเข้าสู่เส้นชัย เริ่มได้รับเสียงเชียร์จากเพื่อนๆลูกหว้า จากโค้ช มาเจอน้องคนหนึ่งที่ กม.40 ร้องทักแล้วบอกว่าพี่เจอผมจุดนี้อีกแล้ว

เหมือนจะรักษาฟอร์มตัวเอง กัดฟันสร้างจังหวะการวิ่งขึ้นมาใหม่ ดันเนินลูกสุดท้าย กับ 1000 เมตรข้างหน้าเห็น สัญญาลักษณ์สนามไอโมบาย ก๊อกสุดท้ายต้องเปิดออกมา เรียกเพช 4 กลับมาอีกครั้ง

500 เมตร ถึงเส้นชัย เสียงกองเชียร์ดังลั่นทั่งสองฝั่งไม่ขาดสาย ระยะทางบนถนนบอกว่า อีก 300 เมตร แต่เส้นชัยทำไมไกลจัง ตัวเลข 195 บนเส้น ผมกัดฟันครั้งสุดท้ายเข้าเส้นชัยที่บุรีรัมย์คาสเซิล หูยังคงพอได้ยิน เสียงน้องตะโกนบอกรุ่น 50 เฮ้ย!!! มีน้องเอาป้ายที่ 4 มาให้ เหมือนฝันเลยครับ ไม่ได้คาดหวัง แต่ได้ค่าน้ำมันกลับบ้าน

เดินเข้าไปรับเหรียญไม่รู้เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดหรือเปล่า แต่งตัวเต็ม มายืนคล้องเหรียญให้ ผมก้มหัวยกมือไหว้ด้วยความปลาบปลื้มที่ได้รับเกียรติขนาดนี้ ผ่านมารับน้ำ จัดแตงโมไปหลายชิ้น ดูเวลาของตัวเอง 3.15.56 หรือว่านี้คืออานิสงฆ์ของการวิ่งเก็บจานเพื่อน้อง

บุรีรัมย์มาราธอน ยังคงดีงามเหมือนเดิม ที่เพิ่มเติมคืออายุผมและอายุงาน ปีหน้า ครั้งที่ 3 ในวันที่ 10 กพ.2562 ถ้าไม่ไปอีกก็เสียดาย ตอนนี้ก็ไวไปที่จะตัดสินใจ ขอพักเหนื่อยซ่อมร่างก่อนละกัน ยอมรับว่าใช้ร่างกายมากไป โค้ชส่งเสียงเตือนมาแล้ว ต้องพักพร้อมขีดเส้นใต้ตัวแดงๆเน้นๆ

จะรัน วันผ่านด่านกองเชียร์บุรีรัมย์

  • 11.02.2561 Marathon# 55
  • Buriram Marathon ลำดับที่ 4 รุ่น 55-59 Overall 39
  • ระยะทาง 42.51 กม. เวลา 3.15.52 Pace 4.37 Elev Gain 85.4

CONTRIBUTOR

caret-down caret-up caret-left caret-right

Jaran Poolsawat

มาราธอน คือ การเรียนรู้
เรียนรู้ที่จะพิชิต ฟินิชเชอร์


  • 86
  •  
  •  
  •  
  •  
    86
    Shares