Pacer กับชุดใหม่

02:30 น.

เช้ามืดวันอาทิตย์ผมกับฝนเดินออกจากลานจอดรถหลังพาต้าปิ่นเกล้าแวะซื้อกาแฟดำที่แมคโดนัลแล้วเดินย้อนกลับมาทางเดิม 

ตรงหัวมุมทางเข้าลานจอดมีคุณลุงนั่งอยู่ แกน่าจะเป็นคนดูแลที่นี่ผมเดินเข้าไปถามว่ามีรถจากงานมารับนักวิ่งไหม ลุงบอกไม่มีหรอกหนุ่ม ที่นี่เป็นแค่จุดจอดรถ พร้อมกับชี้มือไปอีกฝั่ง “เดินทะลุลานจอดนี้นะ เลี้ยวขวาตรงซอยนั้น” แกบอกผมว่าถ้าจะเดินไปสะพานพระรามแปดให้ไปทางนั้นใกล้กว่าออกไปทางถนนใหญ่เกือบ 500 เมตร ผมขอบคุณลุงแล้วเดินจากมา

เราเดินไปตามทางที่ลุงบอก บนถนนยามค่ำคืนแสนเปลี่ยวเป็นซอยเงียบๆ อยู่ด้านหลังพาต้าปิ่นเกล้า ตีสองกว่าแล้วร้านรวงส่วนใหญ่ปิดหมดเหลือแค่บาร์กับร้านเหล้าเล็กๆ ที่ยังคึกครื้น ผมกังวลใจว่าจะอุ่นใจกับซอยเปลี่ยวๆ นี่ได้หรือเปล่า คงเพราะผมไม่คุ้นเคยกับแถวนี้ ไม่ทันไรก็มีเสียงฝีเท้าตามมาใกล้ๆ ผมก้าวเดินแบบเร็วๆ แอบเหล่ตามอง อ้อ! นั่นนักวิ่งเหมือนกันนี่ เป่าปากเบาๆไปหนึ่งที รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก

เดินไปเรื่อยๆ จนถึงบริเวณงาน ตรงหน้าผมคือเส้นชัยของระยะฮาล์ฟ และมาราธอน จุดนี้อยู่ใต้สะพานพระรามแปด ยกเส้นชัยของระยะ 10k และ 5K ออกไปไว้ตรงจุดปล่อยตัวหน้างานห่างไปประมาณ 100 เมตร ฝนบอกให้เดินไปมองหาบูธเกเตอเรตก่อนแล้วค่อยกลับมาเชียร์นักวิ่งมาราธอน

“นักวิ่งชายคนแรกเหลืออีก 2 กิโล” เสียงวอจากเจ้าหน้าที่ดังใกล้ๆ กับที่ผมนั่งอยู่ 

ผมวางกาแฟที่ซื้อมาจากแมคโดนัลและขนมปังโฮลวีตไว้ข้างตัว “มาแล้วๆ” ฝนชี้ให้ดูนักวิ่งชายคนแรกของระยะมาราธอน เป็นอีลีทจากเคนย่าใส่รองเท้ายี่ห้อแพนสีดำฝีเท้าเบาหวิวตัวชุ่มเหงื่อเหมือนคนเพิ่งขึ้นจากสระ  จากนั้นนักวิ่งชายก็ทยอยกันเข้ามาเรื่อยๆ เราดูกันสนุกที่หน้าเส้นชัยคอยปรบมือให้นักวิ่งทุกคน ดูเพลินจนลืมไปว่ามานั่งตรงนี้เพื่ออะไร 

“พี่จรัญน่าจะใกล้เข้ามาแล้วล่ะ ยังไม่ได้เตรียมกล้องเลย” ผมบอกฝน

“ผู้ชายๆ” เสียงวอดังไม่ไกลจากตัวผม อ้าว นั่น! พี่จรัญ เข้ามาแล้ว! เย้ๆๆ สุดยอดครับพี่จรัญ ผมกับฝนลุกขึ้นยืนปรบมือพร้อมกัน พี่จรัญวิ่งเข้ามาด้วยท่ากูลิโกะ ผ่านเส้นชัยได้ยินเสียงเราสองคนตะโกนเชียร์ก็หันมามองแบบงงๆ นาทีนี้พี่จรัญคงจำเราไม่ได้ 

ขอบคุณรูปจาก FB พี่จรัญ

เราปล่อยพี่จรัญเดินไปที่จุดรายงานตัวแล้วค่อยเดินตามไปทักอีกครั้ง “อ้าว! โอ๋ ฝน” เสียงพี่จรัญทักทาย สุดยอดเลยครับพี่จรัญ เพิ่งคุยกับฝนว่าพี่จรัญอาจจะมีเซอร์ไพรส์วันนี้ แล้วก็มีจริงๆ  “ขอบใจมากๆ ตอนวิ่งลงมานะมองเห็นเลขแปดอยู่ไกลๆ เราก็รีบแต่ไม่ทันจริงๆ นิดเดียวๆ ฮ่าๆ” พี่จรัญเล่าวินาทีสำคัญให้เราฟังต่ออีกหน่อย “ยินดีด้วยนะครับ” ผมบอกพี่จรัญอีกครั้งแล้วเดินกลับมาให้พี่จรัญได้ทักทายคนอื่นต่อ

หลังเดินออกจากเส้นชัยของระยะฮาล์ฟ และมาราธอน ผมเดินตรงไปที่ซุ้มเกเตอเรดเจอพี่ๆ หลายคนมาถึงก่อนแล้ว พี่จุ๊ พี่แต้ว กำลังลองเสื้อกั๊กใหม่ “มีไซส์มั้ยครับ” ผมถาม “มีไซส์เดียวครับ” เจ้าหน้าที่หนุ่มที่คอยดูแลอุปกรณ์ให้เราตอบกลับมา

จากเสื้อกีฬาสีส้มตัวเดียวที่เคยใส่ วันนี้มีอุปกรณ์มาเพิ่มสีสันให้ Pacer ครั้งนี้จะไม่มีลูกโป่ง แต่เกเตอเรดจัดธงมาให้แทนดูดีขึ้นกว่าเดิมนะ(คิดในใจ) เสื้อกั๊กใหม่เอี่ยมและสวยมาก คล้ายเป้น้ำของสายเทรล ชอบใจคนออกแบบจัง สีสวย ใส่สบาย 

ผมใส่ครบชุดก็เอาไปลองวิ่ง ใส่วอร์มอัพ สไตรด์ ไม่เจอปัญหาอะไร ถ้าวิ่งอยู่ธงจะลู่ไปด้านหลัง ไม่มีแรงต้านหมดห่วงได้ ถ้าจะมีเรื่องน่าห่วงก็คงเป็นตอนเข้าห้องน้ำเท่านั้น

อุ่นเครื่องได้ที่ผมเดินกลับมาที่บูธเกเตอเรด ทุกคนไม่อยู่แล้ว มองไปที่จุดปล่อยตัวเห็นธงอยู่ไกลๆ อ้อ เขาพร้อมกันแล้วล่ะเหลือผมที่ต้องเดินไปตรงนั้น

04:40 น.

“โอ๋ โอ๋” ระหว่างทางฝนตะโกนเรียกถามว่าเป็นไงบ้าง ผมบอกสบายดี ฝนบอกไม่ใช่ ชุดใหม่น่ะเป็นไงบ้างมีปัญหาอะไรมั้ย ผมบอกว่าสบายมากถ้าไม่ได้วิ่งเพซสี่ก็ไม่น่ามีปัญหา “ทไมเหรอวิ่งเพซสี่ธงกับเป้จะมีปัญหาเหรอ” ฝนถาม.. “เปล่า..ธงกับเป้ไม่มีปัญหาหรอก แต่เรานี่แหละมีปัญหาเพราะยังวิ่งเพซสี่ไม่ได้” ผมกระดกแก้วกาแฟที่ถือมาตั้งแต่ตีสองครึ่ง

จุดปล่อยตัว 

“เดี๋ยวให้นักวิ่งแถวหน้าออกตัวไปก่อนนะครับแล้วเพเซอร์ค่อยหาจังหวะวิ่งขึ้นไปทีหลัง” เจ้าหน้าที่มาบรีฟพวกเราเป็นครั้งสุดท้าย

“ได้เลยครับ” ผมตอบ

จากนั้นเราถูกเชิญให้ไปถ่ายถาพหมู่ร่วมกันกับนักวิ่งเป็นการบอกนัยๆ ว่าใกล้เวลาปล่อยตัวแล้ว นักวิ่งแถวหน้าต่างเขย่าขาไปมาทุกคนพร้อมจะออกสตาร์ทได้ทุกเมื่อ ณ จุดนี้

เสื้อกั๊กพร้อม ธงพร้อม หมายเลขบอกเวลาพร้อม สีชุดพร้อม!

05:00 น.

สิ้นเสียงสัญญาณปล่อยตัวนักวิ่งกลุ่มแรกวิ่งออกไปด้วยความเร็ว เรายืนชิดขอบรั้วรอให้แนวหน้าไปหมดก่อน พอได้จังหวะก็ออกตัวเรียงหนึ่งได้ระยะประมาณ 500 เมตรก็ตั้งแถว 2-2-1 Pacer 60 และ 70 นาทีทีมละ 5 คน พอตั้งแถวได้ก็คำนวณเวลาและคุมจังหวะให้อยู่ในเวลาเป้าหมาย

“ผ่านโลแรกแล้ว เวลาเท่าไหร่” พี่เต้ถาม ของผม 5:25 ผม 6:15 เพเซอร์ช่วยกันขานเวลาตามหน้าปัดนาฬิกาของแต่ละคนเพื่อเช็คระยะทางและเวลา “ได้ 6 ต้นๆ ค่ะ” เสียงจากลูกค้าผู้หญิงที่วิ่งเกาะกลุ่มมาด้วยกันบอกเวลาของตัวเองให้รู้ 

“อ้อ เพซของผมเร็วกว่าใครเลย น่าจะเป็นเพราะนาฬิกาคนละยี่ห้อ อีกอย่างเราอยู่ใต้สะพานด้วย” 

ทุกคนพยายามเช็คทุกอย่างให้เข้าที่ แต่เพซยังดูรวนๆ ไปจนถึง กม. ที่ 2 จากนั้นนาฬิกาของทุกคนก็บอกตัวเลขตรงกัน

“ไปด้วยนะ” นักวิ่งรุ่นน้าท่านหนึ่งวิ่งประกบมาข้างๆ “ไปครับไปด้วยกัน” ผมตอบรับแล้วพาคุณน้าเกาะกลุ่มมาเป็นลูกค้า “ไปด้วยค่ะ” วิ่งมาได้ 500 เมตร นักวิ่งหญิงวิ่งเข้ามาด้านข้างเพื่อขอเป็นลูกค้าของเวลา 60 นาทีอีกคน “ไปครับ” ลุยยย!

BIB ของผมวันนี้เขียนบอกระยะ 10k แต่ผมก็ยังไม่มั่นใจนักเพราะบางครั้งระยะจริงก็มีการคลาดเคลื่อนได้ ทำให้ต้องวิ่งให้เร็วกว่าเพซเป้าหมายนิดหน่อยในครึ่งแรก หลังจากกลับตัวเราจะเช็คระยะกันอีกครั้ง

ผ่านจุดกลับตัวเราถามกันในทีมว่าได้ระยะเท่าไหร่ ตัวเลขที่ออกมาคือ 5.25-5.35 กม. หมายความว่าวันนี้เราวิ่งที่ระยะ 10.5 กม. แน่นอนเพราะขากลับใช้เส้นทางเดิม

วัดระยะได้แล้วก็ต้องบอกลูกค้า บอกนักวิ่งที่สวนทางมา บอกนักวิ่งที่กำลังจะกลับตัว 

“10.5 นะครับ เช็คเวลาด้วย” เสียงพี่เต้ตะโกนบอกทีมเพเซอร์ที่วิ่งสวนมา

“ไม่ไหวแล้วค่ะ” ลูกค้าที่วิ่งด้วยกันมาตั้งแต่ กม. ที่ 3 บอกพวกเรา “อีกนิดเดียวครับไปด้วยกัน ใกล้ถึงแล้ว” ใครสักคนในทีมพูดขึ้นมา ผมหันไปมองลูกค้าดูหอบแต่ก็ยังกัดฟันตามมาอีกสักพัก ผ่าน 8k ผมหันไปมองอีกครั้งคราวนี้ลูกค้าเริ่มถอยลงไปประคองตัวแล้ว 

“Sub-1 กิโลสุดท้ายแล้ว ใครไหวไปเลยครับ” เฮียบาสส่งเสียงเชียร์ลูกค้า 

หลายคนที่เก็บแรงไว้เริ่มทยอยวิ่งนำกลุ่มเพเซอร์ 60 นาที ขึ้นไป ความเร็วของพวกเราเพิ่มขึ้นนิดหน่อยเพราะต้องทดเวลาจากช่วงคนเยอะบนสะพาน ลูกค้าหลุดไปก็มี นำไปก็มี เกาะกลุ่มมาด้วยก็มี น้องผู้หญิงคนหนึ่งได้ยินเสียงพวกเราก็เร่งขึ้นเพซ 5 ต้นกับ 300 เมตรที่เหลือนำพวกเราเข้าเส้นชัยไป

06:00 น.

ระยะทาง 10.56 กม.

เวลา 1:00:23 ชั่วโมง

Av Pace 05.43

เพเซอร์ 60 นาทีวิ่งเข้าเส้นชัย หน้าที่ใกล้ลุล่วง

เฮียบาสส่งเสียงบอกพวกเราว่า จัดการตัวเองเสร็จแล้วให้ไปรอรับลูกค้าและกลุ่มเพเซอร์ 70 นาทีที่กำลังจะเข้ามา เราไปยืนรับนักวิ่งที่หน้าเส้นชัยจนกระทั่งกลุ่มเพเซอร์ 80 นาทีมาถึง แล้วจึงส่งไม้ผลัดต่อให้ ภารกิจที่เล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ลุล่วงแล้ว จบการเป็นเพเซอร์ในวันนี้แต่เพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ

ขอบคุณรูปจากพี่เต้
ขอบคุณรูปสวยๆ หลายรูปจากจอห์นครับ