PACER ผู้ช่วยที่จะทำให้คุณวิ่งได้ตามเป้าหมาย (Part1)

  • 455
  •  
  •  
  •  
  •  
    455
    Shares

PACER

เคยไหมที่อยากวิ่ง 10K แล้วเข้าเส้นชัยให้ทัน 1 ชั่วโมง

เคยไหมที่อยากวิ่ง 21K ให้ได้ 2 ชั่วโมง หรือวิ่ง 42K ให้ได้ 4 ชั่วโมง หรือ 4 ชั่วโมงครึ่ง

ถ้าคุณเคยมีเวลาในใจที่อยากทำให้ได้หลังจากซ้อมมาดีแล้ว อยากทำเวลาได้เวลาตามเป้าแต่กลัวว่าจะทำพลาด วันนี้เราจะพามารู้จักผู้ช่วยในการวิ่งที่จะทำให้คุณวิ่งได้ตามเป้าหมายของตัวเองโดยที่คุณมีหน้าที่แค่วิ่งตามอย่างเดียว และนาฬิกาอาจจะมีหน้าที่แค่เอาไว้กดหยุดเมื่อผ่านเส้นชัยไปแล้ว

ผู้ช่วยที่ว่านี้คือ Pacer ครับ ผู้ช่วยที่จะพาคุณวิ่งให้ได้ตามเป้าหมาย หรือจะพลาดเป้าหมายไปก็ดูได้จากผู้ช่วยที่เรียกว่า Pacer นี้เช่นกัน

เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาผมมีโอกาสได้ไปวิ่งที่กาญจนบุรี ปกติถ้าออกต่างจังหวัดไปงานวิ่ง ผมก็ต้องไปลงสนามเพื่อทำเวลาของตัวเองให้ดีที่สุด และถ้าจะให้ภูมิใจไปอีกขั้นผมก็ต้องได้ในสิ่งที่เรียกว่า New PB หรือสถิติใหม่ในการวิ่งของตัวเอง แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม เพราะเหตุผลที่พาผมมาถึงกาญจนบุรีได้วันนี้ก็คือการมาทำหน้าที่เป็น Pacer

แล้ว Pacer คืออะไร

ปกติพอเราวิ่งเข้าเส้นชัยแล้วสิ่งที่เราสนใจเป็นอย่างแรกก็คือเวลาที่เราทำได้ใช่มั้ยครับ และสิ่งที่จะบอกว่าเราทำได้ดีแค่ไหนก็คือเวลาอีกนั่นแหละ แต่สำหรับนักวิ่งที่ฝึกฝนมาเป็นอย่างดีสิ่งที่เขาสนใจนอกเหนือจากเวลาตอนเข้าเส้นชัยก็คือ Pace(เพซเพราะ Pace คือสิ่งที่จะบอกถึงคุณภาพในการวิ่งของตัวเอง

นักวิ่งที่เน้นเรื่องคุณภาพในการวิ่งนั้น ส่วนใหญ่จะมีแผนการวิ่งเน้นไปที่การรักษาความเร็วให้อยู่ในระดับที่ตัวเองซ้อมมา พูดง่ายๆคือวิ่งอย่างสม่ำเสมอในความเร็วของตัวเอง ไม่เร็วๆ ช้าๆ หยุดๆ และจะรักษาสิ่งที่เรียกว่า Pace ของตัวเองให้ได้ดีตลอดระยะทางการวิ่ง และในการแข่งขันวิ่งระยะทางไกลอย่างเช่น ระยะมาราธอน เราจะเห็นว่านักวิ่งระดับโปรนั้นจะแบ่งความเร็วออกเป็นช่วงได้ด้วย เช่น ช่วงแรกก่อนครึ่งทางจะไม่ได้ใช้ความเร็วสูง แต่ความเร็วจะเพิ่มขึ้นในช่วงกลางไปแล้ว และเร็วขึ้นได้อีกในช่วงท้ายก่อนเข้าเส้นชัย

หน้าที่ของ Pacer

การเป็นนักวิ่งในตำแหน่งที่เรียกว่าเพซเซอร์จะมี BIB และเสื้อที่ใส่สำหรับเพซเซอร์โดยเฉพาะ เพซเซอร์จะไม่ได้เข้าร่วมแข่งขันกับนักวิ่ง ไม่ได้รับอนุญาตให้ช่วยเหลือหรือกีดขวางการวิ่งและการหยิบน้ำให้นักวิ่งก็ไม่ได้รับอนุญาติให้ทำเช่นกัน เพซเซอร์จะวิ่งเป็นกลุ่มปนไปกับกลุ่มนักวิิ่งที่ร่วมการแข่งขัน และจะทำหน้าที่วิ่งนำกลุ่มนักวิ่งในเวลาต่างๆที่กำหนดเอาไว้  เช่น

ระยะ Half Marathon (21 กม.)

  • Pacer 2 ชั่วโมง หรือ 2.00 จะวิ่งเข้าเส้นชัยในระยะ 21.1 กิโลเมตรภายในเวลา 2 ชั่วโมง
  • Pacer 2 ชั่วโมงครึ่ง หรือ 2.30 จะวิ่งเข้าเส้นชัยในระยะ 21.1 กิโลเมตรภายในเวลา 2 ชั่วโมง 30 นาที

ระยะ Marathon (42.195 กม.)

  • Pacer 4 ชั่วโมง หรือ 4.00 จะวิ่งเข้าเส้นชัยในระยะ 42 กิโลเมตรภายในเวลา 4 ชั่วโมง
  • Pacer 4 ชั่วโมงครึ่ง หรือ 4.30 จะวิ่งเข้าเส้นชัยในระยะ 42 กิโลเมตรภายในเวลา 4 ชั่วโมง 30 นาที

แต่ไม่ใช่ว่า Pacer จะวิ่งตามใจตัวเองได้นะครับ การวิ่งที่ดีในการทำหน้าที่ Pacer ก็คือการวิ่งอย่างมีคุณภาพ ทำให้คนที่วิ่งตามเพื่อต้องการทำเวลาเป้าหมายนั้นวิ่งตามได้ง่ายที่สุด และจะทำอย่างนั้นได้ก็ต้องวิ่งในแบบที่เรียกว่า วิ่งให้ Pace เฉลี่ยสม่ำเสมอ ต้องรักษาความเร็วให้คงที่ทุกกิโลเมตรตลอดระยะทางการวิ่งนั่นเองครับ จะวิ่งๆ หยุดๆ ตามใจตัวเองไม่ได้เด็ดขาด

พอนึกภาพออกใช่มั้ยครับ คนที่ซ้อมมาเพื่อวิ่งในระยะนั้นๆถ้าต้องการทำเวลาเป้าหมายให้ได้ตามเวลาของตัวเองก็จะเลือกวิ่งตาม Pacer ที่ใกล้เคียงเวลาเป้าหมายที่สุด จะช้ากว่าหน่อยแล้วไปแซงทีหลัง หรือเกาะกลุ่มเพซเซอร์ไปรอจนถึงช่วงท้ายแล้ววิ่งขึ้นนำไปเพื่อทำเวลาของตัวเองก็ได้ อยู่ที่การวางแผนของนักวิ่งแต่ละคน

อยากเป็น Pacer

การเป็นเพซเซอร์ไม่ยากครับ แต่ก็ไม่ง่าย ? เอ้าพูดแบบนี้เหมือนอยากมีเรื่อง .. ไม่ใช่นะครับ ฮ่าๆ ผมมีเคล็ดลับมาบอกสำหรับคนที่อยากจะเป็นเพซเซอร์ เผื่ออยากลองวิ่งเพื่อคนอื่นดูบ้าง

มีประสบการณ์

ถ้าเรามีประสบการณ์ในการวิ่งมาพอสมควร เราจะสามารถควบคุมสถานการณ์ในระหว่างการทำหน้าที่ได้ดีครับ เพราะการทำหน้าที่เป็นเพซเซอร์นั้นไม่ใช่แค่การตั้งหน้าตั้งตาวิ่งอย่างเดียว เราจะมีคนติดตามหรือที่เรียกกันว่า "ลูกค้า" ตามมาด้วย ไม่ใช่แค่เราคนเดียวอีกต่อไป แม้แต่การโฉบรับน้ำก็ยังต้องดูจังหวะให้ดีเพื่อให้คนอื่นเข้าจุดรับน้ำได้สะดวกที่สุด ทางโค้งหรือทางขรุขระอาจจะต้องตะโกนบอก ในยามที่เหนื่อยหรือท้อเพซเซอร์ก็อาจจะต้องให้กำลังใจลูกค้าได้ด้วย เพราะฉะนั้นถ้ามีประสบการณ์เราจะรู้จังหวะที่แน่นอนในการทำสิ่งเหล่านี้ครับ

มีคุณภาพในการวิ่ง

ถ้าคุณยังวิ่งให้ Pace เฉลี่ยคงที่ตลอดระยะทางไม่ได้ ให้ฝึกซ้อมต่ออีกหน่อยก่อนครับ เมื่อไหร่ที่เราวิ่งได้เพซเฉลี่ยสม่ำเสมอในระยะของตัวเองแล้ว เมื่อนั้นการเป็นเพซเซอร์ก็ใกล้จะเข้ามา

ยกตัวอย่างนะครับ ถ้าอยากเป็นเพซเซอร์ 60 นาที หรือ 1.00(ชั่วโมง) ในการวิ่งระยะ 10.5 กม. เท่ากับว่าเพซเซอร์ต้องวิ่ง 10.5 กิโลเมตร และเข้าเส้นชัยในเวลา 1 ชั่วโมงพอดี และเพซเฉลี่ยจะอยู่ที่ 5.42 หรือต้องวิ่งให้คงที่ตลอด 10 กม. โดยใช้เวลา 5:42 นาที/กม. นั่นเอง

เวลาของตัวเองที่ควรทำได้

ในการคัดเลือก Pacer ทางผู้จัดจะคัดเลือกจากสถิติของนักวิ่งเป็นหลัก ซึ่งผมยกตัวอย่างเวลาที่เหมาะกับการเป็นเพซเซอร์มาให้ดูคร่าวๆนะครับ

ระยะมินิมาราธอน (10.5 กม.)

Pacer 60 นาที หรือ 1.00(ชั่วโมง) - ควรมีสถิติในการวิ่งมินิมาราธอนไม่เกิน 55 นาที

Pacer 80 นาที หรือ 1.20(ชั่วโมง) - ควรมีสถิติในการวิ่งมินิมาราธอนไม่เกิน 70-75 นาที

ระยะฮาร์ฟมาราธอน (21.1 กม.)

Pacer 120 นาที หรือ 2.00(ชั่วโมง) - ควรมีสถิติในการวิ่งฮาร์ฟมาราธอนที่ 1.50-1.55 ชั่วโมง(หรือต่ำกว่า)

ระยะมาราธอน (42.195 กม.)

Pacer 270 นาที หรือ 4.30(ชั่วโมง) - ควรมีสถิติในการวิ่งมาราธอนไม่เกิน 4.15-4.20 ชั่วโมง(หรือต่ำกว่า)

จะเห็นว่าระยะยิ่งเพิ่ม การวิ่งก็จะยากขึ้นตามไปด้วย เพราะฉะนั้นการมีสถิติที่ดีกว่าเวลาในการเป็นเพซเซอร์นั้นสำคัญมากๆ และการวิ่งได้สม่ำเสมอตลอระยะทางก็สำคัญมากเช่นเดียวกัน

(เวลาที่เลือกมาอ้างอิงนี้จะเป็นเวลาที่ค่อนข้างเซฟตัวเพซเซอร์เองมากหน่อย ซึ่งบางครั้งผู้จัดอาจจะคัดเลือกจากผู้สมัครที่มีเวลาดีที่สุดอีกที นี่จึงเป็นมาตรฐานคร่าวๆจากประสบการ์ของตัวผู้เขียนเองครับ)

ซ้อมให้ดี

ซ้อมครับ การซ้อมที่ดีควรมีแบบแผนมีตารางซ้อมที่แน่นนอน นั่นก็เพราะถ้าเราเลือกที่จะทำงานเป็นทีม และทำเพื่อคนอื่นอย่างการเป็นเพซเซอร์แล้วนั้น ความแน่นอนและความมีมาตรฐานในการวิ่งจะทำให้เราทำหน้าที่ในวันจริงได้ดี

ลงสนามบ่อยๆ

ถ้าไม่ลงสนามจริง เราก็จะไม่มีสถิติอย่างเป็นทางการในการใช้อ้างอิงตอนยื่นใบสมัครเป็นเพซเซอร์นะครับ

จากประสบการณ์ผมมีสถิติจากการลงสนามแข่งมาอ้างอิงตามกติกา ตอนนั้นประมาณปีแรกของผมในการวิ่ง ผมยื่นใบสมัครไปที่กลุ่ม 42.195 เราจะไปมาราธอนด้วยกัน ครั้งนั้นพี่ป๊อกเป็นคนคัดเลือกเพซเซอร์ ผมยื่นใบสมัครไปเพราะคิดว่าน่าจะได้โอกาส ซึ่งผมสมัครไปในระยะ Half Marathon สถิติของผมตอนนั้นคือ 2 ชั่วโมง 15 นาที แต่ผมสมัครเป็น Pacer 2.30(2 ชั่วโมง 30 นาที) ปรากฎว่ารอแล้วรออีก รออยู่หลายวันพี่ป๊อกก็ยังไม่ตอบกลับ ตัดสินใจ inbox ไปหาพี่ป๊อกเองเลย ไม่นานพี่ป๊อกก็ตอบกลับมา พร้อมคำตอบที่ทำให้ผมน้ำตาซึมว่า

"คุณไม่ได้รับเลือกเป็นเพซเซอร์จอมบึง ขอบคุณมากครับที่สนใจ"

เสียใจครับ แต่ก็ต้องยอมรับความจริง จากวันนั้นมันทำให้ผมเข้าใจและเชื่อในมารตรฐานในการเป็นเพซเซอร์มากขึ้น การจะเป็นเพซเซอร์ที่ดีมีมาตรฐานได้ เราต้องไม่วิ่งจนหอบแฮ่ก หน้าซีด หืดขึ้นคอ ลองนึกดูนะครับถ้าเป็นแบบนั้นเราจะควบคุมอะไรระหว่างการวิ่งได้บ้าง แล้วคนที่วิ่งมากับเราลูกค้าของเราเค้าจะคิดอะไรอยู่ในใจบ้าง เราจะให้กำลังใจคนอื่นระหว่างทางได้อย่างไร เพราะเราต้องห่วงความรู้สึกของคนที่วิ่งตามมาด้วยนะครับเดี๋ยวจะกลายเป็นว่าลูกค้าต้องมาห่วงเพซเซอร์แทน เพราะฉะนั้นเวลาที่ผมใช้ยื่นในใบสมัครจึงไม่ผ่านครับ


ขอบจบ Part 1 ไว้เท่านี้ก่อน เรื่องราวน่ารู้ของ Pacer ยังมีต่อ Part 2 รอติดตามกันนะครับ

CONTRIBUTOR

caret-down caret-up caret-left caret-right

Tanakrit Thongin

เลี้ยงหมา ปลูกต้นไม้ ชอบกาแฟ ชอบวิ่ง

  • 455
  •  
  •  
  •  
  •  
    455
    Shares