ประสบการณ์วิ่ง เขาชะโงก 32K ครั้งแรก กับเป้าหมายที่เกินคาดหวัง

  • 211
  •  
  •  
  •  
  •  
    211
    Shares

ถ้าฝนได้เข้าเป็นสมาชิกบ้าน Dream team ของครูดิน ถ้าไปแข่งแล้วได้เงินรางวัลกลับมา ฝนจะแบ่งเงินรางวัลออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกฝนจะเก็บไว้เป็นค่ารถ ค่า BIB ในงานวิ่งต่อๆไป ส่วนที่สองฝนจะให้พ่อกับแม่ ส่วนที่สามฝนจะเอาไปบริจาค

ฝนเคยพูดแบบนี้ไว้กับโอ๋ในวันที่รู้ข่าวว่า ครูจะให้โอกาสฝนเข้าเป็นสมาชิก Sathavorn Dream Team มาถึงตอนนี้ฝนได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน Dream Team เต็มตัวแล้ว ได้ลงแข่งสนามแรกแล้ว งานนี้ไม่มีเงินรางวัล แต่เป็นงานที่มีรางวัลที่ไม่สามารถอธิบายเป็นข้อความใดๆ ให้รู้สึกถึงความปิติยินดีนี้ได้เลย ฝนดีใจจริงๆ มันเป็นรางวัลที่ทำให้ฝนมีพลังใจมากขึ้นไปอีก

เคยได้ยินชื่องานวิ่งเขาชะโงกแต่ไม่เคยไป เค้าบอกกันว่าเป็นสนามที่นักวิ่งหลายคนอยากไปเยือนสักครั้งในชีวิต ฝนได้ยินมาจากคำพูดของเพื่อนนักวิ่งแนวหน้าที่อยู่แถวบ้านเมื่อปีที่แล้ว ตอนนั้นฝนยังไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าจะหาเวลาไปฝึกวิ่ง 10K ให้รอดก่อน

แต่ปีนี้ ... ฝนได้มาเป็นส่วนหนึ่งของงานแล้วค่ะ

เช้ามืดวันอาทิตย์ที่ 5 .. 2560

ฝนมาถึงสนามสอบที่ขึ้นชื่อว่าโหด หิน เพื่อทดสอบความแข็งแกร่งของจิตใจหวังเพียงเพื่อจะได้มีโอกาสเข้ารับ “ปริญญานักวิ่ง” แบบรุ่นพี่คนอื่นกับเค้าบ้าง

เมื่อวานนี้ฝนเข้านอนตั้งแต่ 5 โมงเย็น โชคดีที่ฝนเป็นคนไม่ค่อยมีปัญหากับการนอน ไม่ว่าจะเวลาไหน เมื่อไหร่ ถ้าหัวถึงหมอนสักพักก็จะนอนหลับได้ เพียงแต่เย็นวันนี้ไม่เหมือนทุกวันตรงที่ พอล้มตัวลง ทุกอย่างเงียบงัน ฝนกลับได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นแรงชัดเจนจนทำให้รู้สึกว่าจะนอนไม่หลับ แต่แล้ว ฝนหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ รู้สึกตัวอีกทีก็เที่ยงคืนนิดๆ เฮ้อ .. ได้เวลาแล้วสิ ตื่นเต้นชะมัด

ฝนรู้สึกหิวอ่ะ กินข้าวได้มั้ย ฝนถามโอ๋ก่อนจะแวะซื้อข้าวจากเซเว่น แล้วกินไป 5 คำ ระหว่างเอาข้าวใส่ปากก็ต้องคอยยั้งใจไม่ให้กินเยอะกว่านี้ แม่กับพี่บังอรคอยย้ำอยู่ข้างๆว่าให้เคี้ยวให้ละเอียด กินข้าวเสร็จระหว่างทางก็งีบหลับบ้าง ตื่นมาจิบน้ำ กินขนมปังอีกนิดหน่อย ไม่กี่อึดใจก็มาถึงที่หมาย

บรรยากาศที่นี่คึกคัก ผู้คนทยอยกันตื่นนอนเก็บเต้นท์ ต่างคนก็ต่างเตรียมตัววุ่นวายอยู่กับตัวเอง ฝน โอ๋ พี่บังอร และพี่โอ๊ค เรามุ่งหน้าไปที่จุดสตาร์ทเพื่อเตรียมตัวอุ่นเครื่องให้ร้อนและจัดการเรื่องเข้าห้องน้ำ

วันนี้พ่อกับแม่ฝนก็มาวิ่งเหมือนกันนะ ฝนลงระยะ 3 โลไว้ให้ หวังว่าคงเป็น 3 กิโลเมตรที่พ่อกับแม่น่าจะสนุกกันทีเดียวเลยแหละ

ยิ่งใกล้เวลายิ่งตื่นเต้น วันนี้พี่อั๋นแฝดพี่ของฝนก็มาด้วย เราสองคนมีเป้าหมายเดียวกันอยู่ในใจ ตอนนี้เราทั้งคู่คงตื่นเต้นไม่แพ้กัน เราไม่ได้พูดอะไรกันมากได้แต่เดินสวนกันไปมา แต่ฝนก็รู้ว่าครั้งนี้พี่อั๋นคงไม่พลาด จากที่ได้ซ้อมและได้รู้จักกัน ฝนเชื่อว่าแฝดพี่ของฝนคงทำเวลา ไม่ได้ตามเป้าที่ตั้งไว้หรอก แต่เวลาที่แฝดพี่ทำได้มันคงจะ เร็วทะลุเป้าเหมือนเดิม ส่วนตัวฝนเองซ้อมมาแค่ไหน ใจก็ยังหวั่นๆ ไม่เคยมั่นใจในตัวเองได้เลยสักที

ก่อนมาฝนบอกแม่ไว้ว่าให้มารอที่เส้นชัยตอน 7 โมง 50 ให้แม่กะเวลาเอานะ  บอกพ่อว่าถ่ายรูปให้หนูด้วย

แล้วฝนก็เดินผ่านเครื่องตรวจอาวุธเพื่อเตรียมตัวที่จะเข้าจุดเช็คอิน มองหาที่ว่างๆเพื่อวอร์มอัพ ตอนนี้รู้เลยว่าขาเบา สั่น และหวิวมาก ฝนพยายามทำใจให้สบายเพื่อตัดความกังวลทิ้งไป แต่ก็ไม่รอด ตื่นเต้นสุดๆไปเลย

ตอนนี้ยืนอยู่หน้าสุดเตรียมตัวออกสตาร์ท ข้างๆฝนมีโอ๋ และก็คอยมองหาพี่อั๋นและพี่บังอรไว้ไม่ให้คลาดสายตา ไม่งั้นเดี๋ยวคู่นี้หายไปฝนจะไม่มีเพื่อนวิ่งเอา เห้ย!! นี่มันโชติ คุ้มครอง ฝนคิดในใจพร้อมส่งซิกให้โอ๋ นี่มันวันอะไรกันเนี่ย เรามายืนอยู่ตรงนี้ได้ไง แถวหน้าไปมั้ย นี่ขาแรงระดับประเทศกันทั้งนั้น ขืนออกตัวช้ามีหวังถูกพายุทอร์นาโดกลุ่มนี้ซัดคว่ำล้มลงไป โดนเหยียบตายคาพื้นแน่ๆ ฮ่าๆ

ฝนแปะมือกับโอ๋ 1 ที เพื่อเป็นกำลังใจ และสัญญาณว่าครั้งนี้เราจะแยกกันไป จะไม่หันหลังกลับมามอง จะทำให้ดีที่สุด เราน่าจะเจอกันอีกครั้งที่จุดกลับตัว

Start!

สิ้นเสียงแตรฝนสับขาสุดชีวิต ไม่เห็นพี่บังอรแล้ว เห็นแต่พี่อั๋นอยู่ข้างหน้า ยังไงตอนนี้ต้องตามขึ้นไปเกาะพี่อั๋นให้ทันก่อน ฝนตามพี่อั๋นไปติดๆ เข้าโค้งแรกก็ได้เจอพี่บังอรที่วิ่งตามมา ที่แท้พี่บังอรอยู่ข้างหลังแต่ตอนนี้ตามฝนกับพี่อั๋นขึ้นมาทัน ครบทีมแล้วนะ เราจะแพ็ค 3 ลุยไปข้างหน้าพร้อมกัน

เขาลูกแรกแล้วเหรอ! นึกว่าเป็นแค่เนินเพราะมันยังมืดอยู่ แต่ก็รู้สึกได้เลยว่าค่อนข้างชัน เพิ่งผ่านมาไม่กี่โลเองขายังสดอยู่เขาชะโงกก็เลยยังทำอะไรฝนไม่ได้ ช่วงลงเขาสนุกมาก รู้สึกเหมือนเราบินได้ ระหว่างที่ตกอยู่ในภวังค์บินลงเขาอยู่ พี่อั๋นเชือกรองเท้าหลุด! แต่ฝนก็ไม่ได้หยุดรอเพราะฝนช้ากว่า ถ้ารอกันตอนนี้ตอนหลังจะไปถ่วงกันเปล่าๆ แล้วก็จริงๆ พอถึงเขาลูกที่สองฝนก็รั้งท้ายกลุ่ม ฝนโบกมือให้พี่บังอรที่หันหลังมาพะวงห่วง แล้วตะโกนบอกว่า โอเคค่ะ ฝนโอเค ช่วงรับน้ำฝนจะช้าหน่อยเพราะกว่าจะโฉบ กว่าจะกิน แต่สักพักก็จะวิ่งตามกลุ่มขึ้นไปได้

พอฟ้าเริ่มสว่างก็เริ่มมองเห็นทาง ที่นี่เป็นสนามที่สวยมากสนามนึงเลย ทั้งอุโมงค์ต้นไม้ ทั้งทุ่งนาสีเขียว อากาศก็ดีแสนดี จนเหมือนจะดีเกินไปเพราะบางครั้งลมแรงมากกก แรงแบบวิ่งยังไงก็อืดดด จนบางทีต้องตะโกนออกมาเพื่อให้ผ่อนคลายความอืดบ้าง

ยังไม่ทันถึงทางกลับตัวพี่อั๋นเริ่มเร็วขึ้น มีแววแล้วว่าฝนกับพี่อั๋นต้องแยกกัน เพราะฝนอยากเลี้ยงความเร็วนี้ไปเรื่อยๆก่อน แต่ในรุ่นอายุของพี่อั๋นถ้าวิ่งไปพร้อมกันก็ดูท่าว่าจะเหนื่อยหนัก สุดท้ายเราก็ตัดสินใจแยกจากกันไป กำลังนึกว่าจะไม่มีเพื่อนวิ่งแล้ว อยู่ดีๆก็มีน้องต้อมเจ้าเก่า (สมาชิกจากแก๊งทีมงานปะยาง) วิ่งตามขึ้นมาพอดีในสถานการณ์ที่เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ คราวนี้มีต้อมมาเป็นเพื่อนวิ่งในระยะทางที่เหลือแล้วล่ะ

“เลี้ยงไป ไม่ต้องเร่ง” พี่บังอรทิ้งท้ายประโยคโดนใจวัยรุ่นให้กับฝนอีกครั้ง หลังจากกลับตัวมาแล้วก่อนจะวิ่งสวนกันไป จุดกลับตัวงานนี้ยังใช้วิธีดั้งเดิม คือการรับหนังยางรัดผมสีเขียวสะท้อนแสงมาใส่ไว้ที่ข้อมือ พี่ๆผู้ชายที่วิ่งอยู่ใกล้กันต่างส่งเสียงเชียร์ บางคนยกนิ้ว บางคนตะโกนให้กำลังใจ บางคนยิ้มกว้าง บางคนเร่งความเร็วจนหน้าเปลี่ยนสีก็มี

ประมาณ กม. ที่ 20 กว่า ฝนโฉบน้ำพลาด โชคดีที่เป็นแก้วใบหน้าสุดเลยไม่ทำให้ใบอื่นล้มตาม ผู้ชายข้างหลังก็วิ่งตามกันมาอย่างเร็วเป็นแถว ฝนเลยต้องปล่อยผ่านจุดรับน้ำนี้ พร้อมกับเร่งฝีเท้าตะโกนเรียกต้อม ถามว่ามีน้ำในแก้วเหลือมั้ย น้องส่งน้ำให้แต่กลายเป็นตัวฝนเองที่ทำพลาดอีกครั้ง น้ำโดนริมฝีปากได้นิดเดียว นิดเดียวจริงๆ ที่เหลือหกหมด อดกินน้ำทั้งพี่ทั้งน้อง

ข้างหน้าฝนมองเห็นเงาผู้ชายชุดดำที่ค่อนข้างคุ้นเคย ใช่เลย นั่นโอ๋ วิ่งนำกลุ่มมาเลย เท่อย่างกับเพซเซอร์ คงวิ่งสม่ำเสมอดีสินะคนถึงได้วิ่งตามกันมาเป็นขบวนแบบนี้ ฝนรีบพุ่งเข้าไปใกล้ๆ หน้าตาโอ๋ตอนนั้นดูดีมาก เหลืออีกสิบโลนิดๆ ฝนโล่งใจ วันนี้โอ๋ไปได้ดีแน่ ฝนกระซิบบอกโอ๋ถึงข่าวดีว่าตอนนี้ฝนยังอยู่ในกลุ่มนำ เป็นอันดับที่ 2  ตามที่ 1 อยู่ไกลๆ เราแท็กมือกันหนึ่งทีเพื่อเป็นกำลังใจ

อีกแค่มินิเดียวเท่านั้นฝนก็จะถึงเส้นชัยแล้ว ตอนนี้วิวดีมากๆ สองข้างทางมีทั้งป่าเขา และอ่างเก็บน้ำ ลมเย็นสบายดีจริงๆ แต่ขาก้าวไม่ค่อยออก ยิ่งขึ้นเนินยิ่งอืด แต่ในความวิกฤตตอนนี้ก็ยังมีความโชคดีอยู่บ้าง ผู้ชายคนหนึ่งหันกลับมามองหน้าฝนแล้วพูดว่า “น้อง พี่มีลูกอม เอามั้ย” ฝนตอบขอบคุณพี่เค้าและปฎิเสธ ตอนซ้อมก็ไม่เคยอมลูกอม ตอนนี้เลยคิดว่าไม่ดีกว่า แต่พี่เค้าก็บรรยายถึงสรรพคุณการอมลูกอมให้ฟังแล้วย้ำว่าน้องควรรับเอาไป สุดท้ายฝนตอบรับ แต่พี่เค้าไม่ส่งให้ฝนกลับส่งให้ต้อมที่วิ่งมาข้างๆแทนเพื่อให้ต้อมแกะให้ แล้วยังบอกอีกว่าฝนมือสั่นแล้ว แกะไม่ไหวหรอก สงสัยตอนนี้ฝนคงดูเหนื่อยมากแน่ๆเลย (คิดในใจ) จากนั้นพี่เค้าก็เร่งฝีเท้าขึ้นไป ฝนนึกขอบคุณพี่เค้าเป็นร้อยๆพันๆครั้งหลังจากนั้น เพราะลูกอมนี่เองที่ทำให้ฝนสดชื่นขึ้นได้อีกครั้ง

(มาเจอพี่เค้าอีกทีตอนใกล้ถึงเส้นชัย โชคดีมีรูปที่ถ่ายติดพี่เค้าด้วย)

ถึงจุดรับน้ำถัดมาฝนคว้าน้ำมาจิบได้แล้ว นั่นก็ยิ่งทำให้ดีขึ้น แต่ก็เป็นจังหวะนี้เองที่ ที่สามที่วิ่งตามฝนอยู่วิ่งแซงขึ้นนำหน้าไป ตอนนี้จากที่สองฝนหล่นมาอยู่ที่สามแทนแล้ว เห็นเค้าวิ่งนำไปไม่ไกลแต่ในใจก็คิดว่ามาได้เท่านี้ก็ไกลเกินกว่าที่คิดไว้แล้วล่ะ ปล่อยเค้าไปก่อนแล้วกัน ถ้าใกล้ถึงเส้นชัยแล้วยังทิ้งกันไม่ห่างค่อยว่ากันอีกที

ช่วงนี้ฝนยังเก็บแรงไว้ เลี้ยงขาไปเรื่อยๆตามที่พี่บังอรบอก แต่จากตรงนี้ไปเจอกำแพงวัดตรงไหนยกมือไหว้หมด(ไม่รู้ทำไมนะ ฮ่าๆ) ทางเริ่มคุ้นตาขึ้นบ้างแล้ว ใกล้แล้วสิ อีกไม่ถึงสี่โลฝนก็จะเข้าเส้นชัย แรงก็จะหมดแล้วด้วย

ต้อมลดความเร็วมาตีคู่ฝนพร้อมถามว่าจะไปเลยมั้ย ตอนนี้เหลืออีกแค่ 1.8 กิโล ข้างหลังมีที่ 4 ไล่จี้ขึ้นมาแบบหายใจรดต้นคอกันได้เลย ถึงเวลานี้คงยอมไม่ได้ “ไปสิ รออะไร” วิ่งหน้าตั้งใส่เกียร์เดินหน้าเต็มสูบ แรงมีเท่าไหร่ไม่ต้องเหลือเก็บไว้ คิดแค่ว่าถ้าหมดก็ขอไปหมดหน้าเส้นแล้วกัน

ตอนนี้ข้างสนามฝนเห็นพี่หนึ่ง และเพื่อนหมิ้นยืนเชียร์อยู่ หมายความว่ามันใกล้ความจริงเข้ามาแล้ว ถัดไปอีกนิดเสื้อขาวสองคนนั่น พ่อกับแม่กำลังใจสำคัญของฝนเอง แม่ตะโกน “ฝนสู้ๆ” เสียงนี้ที่ทำให้ฝนยอมไม่ได้ โค้งหน้าหักเลี้ยว 90 องศา เมื่อเช้ายังกังวลอยู่ว่าถ้าวิ่งมาเร็วๆโค้งแบบนี้จะเข้ายังไง แต่เวลานี้ฝนไม่ลดความเร็ว แต่กลับเพิ่มมันขึ้น ข้างหน้านั่น อีกไม่กี่อึดใจฝนก็จะเป็นผู้พิชิตเขาชะโงกกับเค้าบ้างแล้ว ฝนวิ่งเข้าเส้นชัยไปด้วยความรู้สึกที่ดีมาก และดีใจกว่าทุกครั้ง ดีใจจนลืมกดหยุดนาฬิกาที่ข้อมือ ได้แต่เงยหน้ามองนาฬิกาข้างบนนั่น เวลาดีกว่าที่ซ้อมมา มันดีกว่าที่ฝนคิดว่าจะทำได้

(ยิ้มทักทายพี่ๆที่ส่งเสียงเชียร์ และส่งยิ้มให้พ่อกับแม่ที่รออยู่ข้างสนาม)

ฝนยกมือไหว้ขอบคุณน้องทหาร พร้อมรับเหรียญและป้ายอันดับมาคล้องคอ พี่บังอร พ่อแม่ เดินเข้ามากอด ทุกคนดีใจ ส่วนพี่อั๋นเรากอดกันและต่างคนต่างก็ดีใจในความสำเร็จของกันและกัน ตอนนี้เหลือแต่โอ๋แล้วสิ ที่จะต้องมาแสดงความยินดีกับฝน เมื่อไหร่นะที่โอ๋จะมา 🙂

(เดินตามโค้ช หมาไม่กัด อิอิ)

9 โมง 15 นาที ฝนไปรอเข้าเฝ้าที่เต้นท์นักกีฬา ได้นั่งคุยกับที่ 1 และ ที่ 2 ด้วย ที่หนึ่งมีดีกรีเป็นนักวิ่งมาราธอนที่ผ่านมาราธอนมาแล้ว 11 สนาม กำลังจะวิ่งสนามที่ 12 ในงานกรุงเทพมาราธอนที่จะถึงกลางเดือนนี้ ฝนบอกเค้าว่าฝนเป็นกำลังใจให้ ปีนี้เค้าต้องทำได้ดีแน่ๆ กับที่ 2 เราคุยกันอยู่นาน เบลล์มาไกลจากสุราษฎ์ธานี นั่งรถตู้มาข้ามวันข้ามคืน เบลล์บอกฝนว่าปีหน้าเบลล์ไม่มาแล้ว คิดว่าเปิดโอกาสให้คนอื่นๆได้เข้าเฝ้าบ้าง ฝนได้ฟังแล้วก็ยิ้มและคิดในใจ ไม่เสียใจเลยที่เบลล์แซงฝนขึ้นมาได้ที่สอง

ตอนนี้แถวหน้าข้างหน้าฝนเริ่มลุกเตรียมเข้าเฝ้ากันแล้ว ต่อไปก็เป็นแถวของฝน ฝนหันหลังไปส่งยิ้มให้พี่อั๋น รู้กันว่าตอนนี้ช่างเป็นเวลาที่ตื้นตันขนาดไหน 

ที่เค้าว่ากันว่า วินาทีแห่งความสุขมักจะผ่านไปเร็วเสมอ อ๋อ ... มันเป็นแบบนี้นี่เอง

(ครูดิน จะมีวันนี้ไม่ได้เลยถ้าไม่มีครู)

(ถ่ายรูปกับสถาวรดรีมทีม)

(โค้ชบังอร แห่งสวนหลวง ร.9)

CONTRIBUTOR

caret-down caret-up caret-left caret-right

Dhonnaya Onlaor

Runner , Teacher and Human in the big world.

  • 211
  •  
  •  
  •  
  •  
    211
    Shares

Comments

comments