คิดให้ดีก่อนจะไปอัลตร้าเทรล เกาะช้าง
HIGHLIGHTS : ข้อผิดพลาดตอนนั้น
  1. (สำคัญสุด) ไม่ซ้อม ไม่ได้ซ้อมขึ้นเขา เข้าป่า หรือบันได แม้กระทั่งเวทขา เวท core body ให้พร้อมกับสนามนี้เลย กล้ามเนื้อไม่พร้อมแล้วยังไม่มีประสบการณ์ Uphill และ Downhill ด้วย
  2. ไม่ได้ทดลองใช้ไม้โพล (ที่ยืมมา) ใช้ยังไม่เป็นเลยโง่มาก
  3. ไม่เคยวิ่งไปกินไป(เติมคาร์บทุก 1-1.30 ชม.ก็ดีนะ) ไม่รู้ความกระหายน้ำของตัวเอง เพราะเหงื่อออกเยอะ ความหิวของตัวเองเพราะหิวบ่อย
  4. พอไม่ซ้อมแล้วเจอสนามยากๆ ร่างกายอ่อนล้า ใจมันก็เลยฝ่อ ไม่อยากไปต่อ
  5. อ่านแผนที่ ความชัน วางแผนไม่เป็น ไปแบบสดๆ ไม่รู้อะไร

วันนี้มาขอเล่าประสบการณ์ DNF ครั้งแรกในชีวิตครับ

สนามเกาะช้าง 66 โล โดน cut off 7 ชม.ที่โล 28 มาช้าไป 15 นาทึ บอกเลยงานนี้ได้ยินตั้งแต่ปีที่แล้วว่าสนามโหดมาก DNF เยอะมาก ปีนี้ตั้งใจมาวิ่งสนุกๆ 35 โล
แต่ 2 วันก่อนแข่ง ก็มีความคิดสนุกๆอยากซ้อมอัลตร้า อยากลองของ อยากเต็มที่กับมันก็เลยประกาศแลกบิบ แค่นาทีเดียวมีคนมาแลกเลย ก็ดีใจมาก แต่ตอนเย็นพอมาฟังบรีฟ รู้สึกเครียดทันที คิดว่า ร่างกายไม่พร้อม ซ้อมไม่พอ แต่พี่ๆที่งานก็บอกว่า สนุกๆ ไปเรื่อยๆ แต่ก็คุยกับหลายๆคนอยู่ บอกกับตัวเองเลยเต็มที่ ลองซักตั้ง กว่าจะเดินทางมาถึง 35km น่าจะสั้นไป
… เช้ามา นอนเต็มอิ่มพร้อมวิ่ง อุปกรณ์ อาหารพร้อมหมด มาถึงจุดสตาร์ทก่อนเริ่ม 5 นาที

ลุยเลย 5 โลแรก

เป็นทางถนน เราก็รีบทำเวลาวิ่งเพซ 6 วิ่งตามพี่จุ๋ง กับ พี่ตุ๊กสวนลุมฯ ไปตลอด จนเข้าป่า……….. ทำทุกอย่างตามพี่จุ๋ง เปิดไฟฉาย เดินขึ้น จนพี่จุ๋งหยิบ trekking pole ออกมา เราก็หยิบ pole ออกมาแต่ดึงไม่ออก ติดแง่ง พอดึงได้ก็ใช้ไม่เป็นอีก กำ ง่อยมาก ปัญหาแรกเลย เราไม่มีประสบการณ์ใช้โพลจริงๆเลย ก็เลยเก็บแล้วใช้ถุงมือเกาะต้นไม้ขึ้นเลย บอกเลยใช้ทั้งกล้ามขา กล้ามแขนที่ไม่ค่อยมีนะ

เข้าสู่โลที่ 8

เส้นทางเริ่มชันขึ้นสูงขึ้น hr ขึ้นแรงมาก ต้องหยุดพักอีก ช่วงนั้นรู้สึกแย่ละ แค่ 8 โลเองจะไม่รอดแล้ว พอทางเริ่มวิ่งได้ ก็ไม่ค่อยได้วิ่ง single track ก็เยอะ เถาวัลย์เกี่ยวขาตลอดทาง จับต้นไม้ก็เจอหนาม หน้าคะมำ ข้อมือเกือบหัก พอถึงทางลงก็กลัว ลงช้า โดนแซงไปเยอะเลย แต่ยอม กลัวเจ็บมาก เครียดตลอดทาง ทำไมทางมันยากงี้วะ ตูอ่อนเอง หรือสนามมันยากวะ บางจุดไต่เชือก จะตกเหว ในใจคิดเลย วันนี้ขอไม่เจ็บ ขอให้ไม่เป็นอะไร DNF ก็ยอม

เข้าสู่ช่วงโล 10 กว่า

ขนน้ำเต็มที่ กินโน่นนี่พร้อมลุยต่อ ช่วงนั้นเป็นทางขึ้นยาวเจอกลุ่ม 13 โลสวนทางมา ก็ทักทายเจอพี่เอ พี่โอ๋ จากบ้านวัดใจจอมบึง ได้กำลังใจระหว่างทางก็ดีไม่น้อย แต่หลังจากนั้นทางก็เจ็บปวดเหลือเกิน ชันขึ้นวิ่งยากขึ้น

เข้าสู่ cp1 21 โล

ริมหาดทรายสวยงามมาก อัดน้ำมะพร้าว วาฟเฟิล แล้วลุยต่อ หลังจากนั้นทางก็อันตรายมาก เดินริมผา ต้องปีนผา มีโอกาสหล่นมากเลย ก็ค่อยๆไป มีทางเป็นหินต่อหินก็แทงเท้า

เข้าสู่โลที่ 25

เหลืออีก 3 โลกับ 40 นาทีจะทัน cut off 7 ชั่วโมงที่ 28 โลไหม ทันใดนั้นพี่ปิ๊ก snail ก็ไล่ตามมาแล้วขอเกลือเราไปเม็ดนึงกันตะคริว แล้วก็แซงเราไป แล้วพี่ไหม snail ก็ตามเรามาติดๆ เราก็เลยจัดเกลือให้เค้าอีก

โลที่ 26

กับอีก 15 นาที ต้องบอกว่าบางช่วงเพซก็อยู่ที่ 30 นะอย่าแปลกใจ ตอนนั้นเดาในใจว่า ไม่ทันแน่ เจอทางลงก็เลยลงปรากฎว่า เจอเชือกให้ไต่ลงหินอีก กำ ให้ตูเป็นลิงเถอะ…… แล้วก็ล้มไปอีกพลั่กได้แผลมาอีก
พอลงมาถึงถนนเหลือ 5 นาทีกับโลกว่าๆ ในใจคิดว่า ขอให้นากาวัดระยะผิด ก็เลยรีบสับไป แต่รองเท้าเราก็ดีเยี่ยม พื้นแข็งมาก ชนกับคอนกรีตสะทือนไปทั้งส้นทีน วิ่งไม่ออกกันเลยทีเดียว มีสาวเอเชียคนนึงมาเชียร์ให้เราไปด้วยกัน เราเลยบอกเค้าว่า เหลือ 1 นาทีแต่เค้าดึงดันจะวิ่ง ก็เลยวิ่งเป็นเพื่อนไป 1 นาที………..เที่ยงตรง
หยุดเดินเลย…..เหมือนกับว่าพอไม่ทันคัทออฟนาทีสุดท้ายก็เลิกไปดื้อๆ สุดท้ายเดินมาถึง 12.15 นาที เจอเหล่านักวิ่งเก่งๆหลายคนที่มาไม่ทัน ก็รู้กันว่าหลังจากนี้จะเป็นยังไง จบจากงานนี้คงต้องไปแก้ไขอะไรหลายๆอย่างที่ยังอ่อนอยู่นะ
เอาตรงๆนะ งานนี้อันตรายไป ไม่แนะนำให้มาวิ่งสำหรับคนไม่พร้อม ไม่งั้นจะเหมือนเอาชีวิตมาเสี่ยงเปล่าๆครับ
สวัสดี

ปอลอ รูปนี้คือ ยืนรอเรือ dnf มารับคนกลับ


ผ่านไปเกือบ 2 ปี กลับมาอ่านบทความนี้อีกครั้ง

ข้อผิดพลาดตอนนั้นคืออะไรบ้าง

  1. (สำคัญสุด) ไม่ซ้อม ไม่ได้ซ้อมขึ้นเขา เข้าป่า หรือบันได แม้กระทั่งเวทขา เวท core body ให้พร้อมกับสนามนี้เลย กล้ามเนื้อไม่พร้อมแล้วยังไม่มีประสบการณ์ Uphill และ Downhill ด้วย
  2. ไม่ได้ทดลองใช้ไม้โพล (ที่ยืมมา) ใช้ยังไม่เป็นเลยโง่มาก
  3. ไม่เคยวิ่งไปกินไป(เติมคาร์บทุก 1-1.30 ชม.ก็ดีนะ) ไม่รู้ความกระหายน้ำของตัวเอง เพราะเหงื่อออกเยอะ ความหิวของตัวเองเพราะหิวบ่อย
  4. พอไม่ซ้อมแล้วเจอสนามยากๆ ร่างกายอ่อนล้า ใจมันก็เลยฝ่อ ไม่อยากไปต่อ
  5. อ่านแผนที่ ความชัน วางแผนไม่เป็น ไปแบบสดๆ ไม่รู้อะไร
หลังจากนี้ค่อยมาคิดกันอีกที ว่าเราพร้อมหรือยังกับงานนี้ UTKC2018 70K

HIGHLIGHTS : ปัจจุบัน (ก.ย.60)

  1. วิ่งจบอัลตร้าถนน 3 งาน และอัลตร้าเทรล 4 งาน (CTM50 PYT66 CM6-70) ในระยะ 50-90 km และความชันสะสมตั้งแต่ 1800-4000 m
  2. ซ้อมจริงจัง ขึ้นเขา เข้าป่า(เขาฉลาก+เขาแหลม+เขากระโจม) ขึ้นบันได เวทขา เวท Core body ซ้อมกิน ซ้อมวิ่งยาว ซ้อม B2B
  3. ยังเหลือสนามที่ต้องไปผจญอีก 3 สนามในปี 60 คือ VMM70 (ซาปา) PYT100 และ Panoramic50